Profil de Mod(((¯`'·.¸Modza¸.·'´¯)))PhotosBlogListesPlus Outils Aide

Blog


10 septembre

ทัวร์ไหว้พระเก้าวัดกะขสมก.

1. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม คติ แก้วแหวนเงินทาง ไหลมาเทมา
2. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) คติ ร่มเย็นเป็นสุข
3. วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร คติ พบแต่สิ่งดีงามในชีวิต
4. วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร คติ เสริมสร้างความคิดอันเป็นสิริมงคล
5. วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร คติ ชีวิตรุ่งโรจน์ทุกคืนวัน 
6. วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร คติ ไหว้พระวัดสุทัศน์ฯ วิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่บุคคลทั่วไป 
7. วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร คติ มีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง 
8. วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร คติ มีคนนิยมชมชื่น    
9. วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร คติ เดินทางปลอดภัยดี มีมิตรไมตรีที่ดี
5 septembre

การเมือง

 ....เอามาฝาก พ่อสอนการเมืองลูก ... โดนใจจริงๆ.....  
เป็นเรื่องของเด็กน้อยคนหนึ่งซึ่งมีครอบครัวที่อบอุ่น
ซึ่งในครอบครัวมีด้วยกันทั้งหมด
5 คน

วันนึงขณะที่เด็กน้อยนั่งกินข้าวเช้าอยู่บนโต๊ะอาหาร
เด็กน้อยมองเห็นคุณพ่อดูข่าว
TV เกี่ยวกับ การเมือง
'พ่อ...การเมืองคืออะไรอ่ะ
' เด็กน้อยถามพ่อด้วยความสงสัย
พ่อทำท่าทางคิดหนักก่อนจะตอบกลับไปว่า
' อืม...มันก็ไม่ยากหรอกลูกเปรียบเทียบง่ายๆนะลูก
    -
เปรียบ พ่อเป็น พ่อค้านายทุน ก้อคอยหาเงินไง
    -
เปรียบ แม่เป็น รัฐบาล ก็คอยเอาเงินจากพ่อมาบริหารไง
    -
เปรียบ ตัวลูกเองเป็น ประชาชน ที่ต้องมีรัฐบาลคอยดูแล
    -
เปรียบ น้องชายของลูกเป็น อนาคตของชาติ
    -
เปรียบ พี่แจ๋ว (พี่เลี้ยงของเด็กในบ้าน) เป็นชนชั้นแรงงาน
เด็กน้อยทำหน้า งง ก่อนจะปล่อยให้ ความสงสัยนั้นอยู่ในหัวตลอดทั้ง-วัน
จนเมื่อถึงเวลาตกดึกของวันนั้น
ขณะเด็กน้อยกำลังหลับ
' แงๆๆๆๆๆ ' เสียงน้องชายตัวน้อยของเค้าร้องดังขึ้น
เด็กน้อยเดินไปดูที่เปลจึงได้รู้ว่าน้อยชายของเค้า ขี้แตก
เด็กน้อยรู้ทันทีว่าต้องไปตามแม่มาดูน้อง
ขณะเดินไปตามแม่เด็กน้อยได้ยินเสียงออกมาจากห้องของพี่แจ๋วพี่เลี้ยงคนสวย
ด้วยความสงสัยจึงแง้มประตูดูพบว่า พ่อเค้ากำลังอยู่บนตัวของพี่แจ๋ว  
เด็กน้อยจึงเดินไปที่ห้องของแม่พบว่าแม่ของเค้ากำลังนอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่
เด็กน้อยพยายามปลุกแต่ก็ไม่ยอมตื่น
เด็กน้อยท้อใจเดินกลับห้องนอนและหลับไปหลังจากคิดอะไรได้มากมาย
ตื่นตอนเช้าขณะลงมาจากห้องเพื่อกินข้าวเช้า
เด็กน้อยเห็นพ่อของเค้า ' พ่อๆ ผมรู้แล้วละว่าการเมืองเป็นยังไง '
เด็กน้อยยิ้มที่ตัวเองเข้าใจในสิ่งที่ผู้ใหญ่บางคนยังไม่เข้าใจ

'
แล้วมันเป็นยังไงละไหนบอกพ่อสิลูก ' พ่อถามด้วยความอยากรู้
 
การเมืองก็คือ .... การที่พ่อค้าหรือนายทุนกดขี่ชนชั้นแรงงาน!!
ในขณะที่รัฐบาลก็หลับหูหลับตาไม่สนใจประชาชน
แม้ว่าประชาชนจะเรียกร้องยังไงก็ตาม!!

.....โดยทิ้งอนาคตของชาติให้จมบนกองขี้!! 
26 juin

คิคิ ^^

ไม่ได้อัพซะนานเลย
 
แต่ตอนนี้กลับมาแว้วววว คิคิ ^^
 
คิดถึงน๊ะ
 
 
จุ๊ฟ..จุ๊ฟ
22 août

ความทรงจำ

ภาพของฉันและเธอ ทุกสิ่งที่เธอให้ฉัน
ที่..ที่เรานั้นเดินไป ด้วยกัน
ปล่อยให้เป็นอดีต .. ใส่กล่องวางทิ้งไว้
ทำเป็นลืมมันไป แต่ทำไม ..ไม่ดีขึ้นเลย

เพราะแค่เพียงหลับตา ก็เห็นภาพเธออยู่อย่างนั้น
ยังไม่มีสักคืน ที่ฉันจะลืม .. ว่ายังคงรักใคร

หากฉันใช้สมอง จดจำเรื่องราว ก็ยังพอจะลืมเธอได้
แต่ฉันใช้หัวใจ เก็บความทรงจำ .. เรื่องของเรา

ต่อให้พยายามสักเท่าไร
แต่ก็ทำได้เพียงแค่ ทิ้งเรื่องราว รอบ ๆ กายไป
อยากจะทิ้งเธอไปให้ไกล...
แต่ความรัก...กลับยิ่งฝังลึกในใจขึ้นทุก ๆ ที

จะทำยังไงให้ตื่น จากคืนที่ฉันฝันว่า .. ยังมีเธอ

. . ทั้งที่ความจริงไม่มี...

จะทำอย่างไร .. ถึงจะลืมเธอได้เสียที..

 
26 juillet

เรื่องจาก Forward Mail

         ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง รู้สึกเห็นใจสตรีเพศจริงๆ ค่ะ
         ช่วงเวลาในการเลือกคู่ของเธอทั้งหลายช่างสั้นยิ่งนัก
         เพราะช่วงอายุขัยของวัยสาวเริ่มผลิบานเมื่อประมาณ 13 ปี
         แล้วมาสุดเขตแดนเมื่อวัยสามสิบ
         วันเกิดครบรอบ 30   จึงเป็นตัวเลขแห่งความสะเทือนขวัญ
         ก่อให้เกิดความตื่นตระหนก

         หลายคนไม่อยากพูดถึง    คนอื่นก็ไม่ควรเอ่ยปากด้วย
         ถือเป็นมารยาทสังคมอย่างหนึ่ง    ยกเว้นพวกมีวาจาเป็นอาวุธ    ที่ชอบถามว่า
         " ปาอะไรเอ่ยที่ผู้หญิงกลัวที่สุด "
         เฉลย "    ปาเข้าไปสามสิบยังไม่มีผัว "
         ใครดันถาม    มันผู้นั้นสมควรตาย

         ตอนเรียนหนังสือเป็นนักเรียนนักศึกษา    คุณพ่อคุณแม่ก็สอนนักสอนหนาว่า
        " อย่าริรักในวัยเรียน "   " ตั้งใจเรียนหนังสือให้ดี จบแล้วค่อยมีแฟน "
         ทั้งๆ    ที่ไอ้ตอนเรียนหนังสือมีโอกาสพบปะเพศตรงข้ามมากหน้าหลายตาฆ
         ก็หาได้สนใจไม่    เป็นคนประเภท " รักไม่ยุ่ง มุ่งแต่เรียน "
         ทุ่มเทชีวิตให้แก่การศึกษา เมื่อเติบใหญ่เราจะได้มีวิชา
         เป็นเครื่องหาเลี้ยงชีพสำหรับตน

         หลังจบการศึกษา    ประกอบสัมมาอาชีวะ ขณะเดียวกันก็ใช้เวลาว่าง
        " เลือกสรร - ควานหา"    ผู้จะมาเป็นเจ้าบ่าวในอนาคต
         ตั้งสเปกว่าต้องได้แฟนหนุ่มประเภทซูเปอร์เพอร์เฟค
         อย่างวิลลี่    แมคอินทอชหรือจอห์นนี่ แอนโฟเน่ หรืออย่างน้อยๆ
         ก็ต้องมาดแมนแฮนซั่ม    หล่อล่ำดำขรึม ถึง
         จะได้มาตรฐาน …   ไอ้ประเภทหุ่นอัฟริกา หน้าติมอร์
         อย่าได้สะเออะหน้ามาให้เห็น ไม่มีทางได้แอ้มหรอก

         จากวันเป็นเดือน -    จากเดือนเป็นปี
         ความรักไม่มีวี่แววคืบหน้าแม้วันเวลา
         ผ่านไป …   เพราะที่ทำงานทั้งห้องมีผู้ชายอยู่แค่ 5 คน -
         เจ้านายก็มีเมียแล้ว …   ไม่อยากตกเป็นภรรยาบุญธรรม
         สองคนดันเป็นเกย์ …   อีกคนยังลังเลอยู่ว่าจะเป็นดีหรือเปล่า
         คนสุดท้ายเป็นชายแท้    แต่กำลังถูกแย่งตัวระหว่างเกย์สองคนอยู่
         ไม่อยากเข้าไปเป็นมือที่สาม นั่งรถมาทำงาน    ก็สองชั่วโมงครึ่ง
         กลับอีกสองชั่วโมงสี่สิบนาที กลับถึงบ้าน หมดสิ้นกำลัง
         ขอนอนเอาแรงก่อน.........

         ขณะที่งีบหลับอย่างสนิท    ภาพในความฝันที่เธอเห็นคือ
         สถาบันการศึกษาที่เธอจบมา
         แหล่งที่มีเพศตรงข้ามชุกชุม    เธอหวนรำลึกนึกถึงผู้ชายดีๆ
         ที่เขาเคยอุตส่าห์มาเฝ้าตามจีบ ตามง้อตามตื้อ
         แล้วเราเล่นตัวจนเคยตัว    ในที่สุดผลประโยชน์ตกอยู่ที่เพื่อนสนิท
         เป็นที่เรียบร้อย
         แหม !    ไม่น่าเลย    ยิ่งคิดยิ่งเสียดายจริงจริ๊ง ตื่นพอดี

         เจอโลกแห่งความจริง
         ดำเนินชีวิตไปแต่ละวัน    ยิ่งเข้าหน้าหนาว ซองสีชมพูกลิ่นหอมๆ จากเพื่อนๆ
         เริ่มทยอยมา ตามหลังซอง    กฐินซองผ้าป่าที่เพิ่งหมดฤดูกาล
         พอไปในงาน    ดันเจอคำถามสะกิดใจอีกว่า
         " เมื่อไรจะถึงคิวแจกการ์ดของตัวบ้างล่ะ"...
        " โถ!    การ์ดแต่งงานน่ะพิมพ์เสร็จแล้ว
         เหลือแต่ชื่อเจ้าบ่าวที่ยังไม่ได้เลือกว่าจะเป็นใคร
         เพราะครั้งนี้เขาเปลี่ยนระบบเลือกตั้งใหม่ ยังงงๆ
         เรื่องปาร์ตี้ลิสต์อยู่เลย"
         เอ๊ะ เกี่ยวอะไรกัน! ในใจก็คิดว่า "    ก็ฉันอยู่เป็นโสดนี่มันไม่ดียังไง
         หนักกระบาลใครรึเปล่า"

         เคยตั้งคำถามกันไหม ว่าทำไมต้องแต่งงาน (กันด้วย!)
         คำตอบจากเพื่อนๆ    ที่แต่งงานแล้วหรืออยากจะแต่งงานอาจมีหลากหลาย
        " อยู่คนเดียวมันว้าเหว่    อยากมีใครสักคนไว้แก้เหงา "
         รายนี้เห็นผู้ชาย    เป็นตัวคลายเหงา
        " รายได้ไม่พอใช้ หาคนช่วย   ( หาเงิน) " …   ผมกลัวมาช่วยผลาญเงินมากกว่า
        " อยากมีลูก    ก็ต้องหาพ่อก่อนสิ "
         เกิดได้ลูกแล้วจะทิ้งพ่อรึเปล่าเนี่ยะ
        " โรงงานพร้อมแล้ว    ขาดผู้ประกอบการ"
         เจ้าของคำตอบกำลังหาผู้ร่วมลงทุนฯลฯ

         อันว่า " ชีวิตคู่ "    อยู่ไปเพื่อสิ่งใด ?
         ชีวิตคู่ คือ    การเติมเต็มซึ่งกันและกัน    ดังนั้นเมื่อมีชีวิตสมรสแล้ว
         ครึ่งหนึ่งของ    ชีวิตเราจะหายไป
         ในส่วนที่ขาดจะมีครึ่งชีวิตของอีกฝ่ายมาเติมแต่งแห่งพื้นที่ว่างนั้น
         ขณะที่ครึ่งชีวิตของเราที่หาย ก็มิได้สูญสลายไปไหน
         มันก็ไปเติมที่ว่างของคู่เรานั่นเอง

         จุดมุ่งหมายของการแต่งงานคือ
         การใช้ชีวิตคู่ให้มีความสุขมากขึ้นและมีชีวิตที่ดีขึ้น
         เมื่อเป็นสามีภรรยาแล้วต้องมีความสุขมากกว่าตอนอยู่คนเดียว
         ถ้าตอนอยู่ด้วยกันแล้ว    มีแต่ความทุกข์ ความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน
         ก็ไม่รู้ว่า    จะแต่งงานไปหาพระแสงดาบคาบค่ายที่ไหน
         อยู่คนเดียวมันส์กว่า

         ชีวิตคู่ต้องเกื้อกูลกันและกัน    ความก้าวหน้าของสามี    ภรรยาต้องมีส่วน
         อย่างน้อยก็ปลอบใจในยามที่สามีเครียดจากการงาน
         ชีวิตภรรยาถ้าไม่คิดเอาดี    ในทางโลกก็เจริญในทางธรรม
         กำลังใจต้องได้จากสามีเช่นกัน    อย่างน้อยก็อย่าหาทุกข์มาสุมเพิ่ม
         ถ้าคู่รักของเราป    ระกอบมิจฉาอาชีวะ ติดเหล้า เล่นการพนัน
         โกงบ้านกินเมือง
         ชีวิตอีกฝ่ายก็เหมือนตก    นรกทั้งเป็น

         เพราะฉะนั้นเวลาเลือกแฟน    แทนที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องรูปร่างหน้าตา
         ฐานะการเงิน    ยี่ห้อรถเก๋งที่ใช้อยู่ ฯลฯ
         เปลี่ยนเป็นเงื่อนไขแค่สองข้อที่จำแสนง่าย คือ
         หนึ่ง -   สุขใจยามอยู่ใกล้ชิด
         สอง -    คู่ช่วยคิดชีวิตก้าวหน้า
         เพราะชีวิตคู่คือการเติมเต็มชีวิตแก่กันและกัน
         หาใช่เป้าหมายเพื่อการเสริม เพิ่มความเสียว
         เพราะอยู่คนเดียวก็เสียวได้ ไม่ง้อใครให้เสียเวลา
         ไม่เสียชาติเกิดหรอกครับ    ถ้าคุณจะใช้ชีวิตเป็นโสด
         ถือคติประจำใจว่า   " อยู่เป็นโสด ดีกว่ามีผัวเลว " 
 
 
 
 
บรรทัดสุดท้าย ชอบเจงๆ เลยว่ะ 555+
..........................................
 
 
18 juillet

เมื่อนาฬิกา หยุดเดิน

ใครที่ผูกนาฬิกาบ่อย ๆ จนติด
คงจะรู้สึกได้ . . . ในวันที่นาฬิกาหายไปจากข้อมือ
ฉันเอง . . . ก็เป็นคนที่ผูกนาฬิกามาตลอด . . .
หากวันไหนลืมจะรู้สึกว่า . . . บางอย่างมันหายไป
มันว่าง ๆ และขัดเขินทุกครั้ง . . . ที่ยกข้อมือที่ว่างเปล่าขึ้นมาดู

เมื่อราวสองปีก่อน . . . ที่นาฬิกาเรือนโปรดของฉันพัง
ด้วยความไม่มีสติ . . . ฉันเอาข้อมือไปทุบผนังห้องน้ำเล่น ๆ
โชคร้าย . . . ที่มือไม่เป็นอะไร นาฬิกาต่างหากที่พินาศ .. กระจกร้าว

ฉันถอดมันออกวางไว้ . . . ไม่ยอมเอาไปซ่อม
ด้วยว่า . . . รู้สึกถึงภาพเก่า และวันเวลาที่เก็บอยู่ในนั้น
ฉัน . . . เลิกใส่นาฬิกา และพบว่า ตัวเองมีอาการยกข้อมือเก้อ
เก้ออ . . . อยู่เป็นเวลานานพอดู

ความเคยชินของคนเรา เกิดขึ้น . . .
เมื่อเราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นประจำ . . . ในระยะเวลานานพอควร
และยังคงความเคยชินอยู่
เมื่อสิ่งหนึ่งสิ่งนั้นหายไปในระยะแรก ๆ

จนเวลาผ่านไปนาน . . .
ฉันจึงเริ่มชิน . . . กับการแอบมองเข็มนาฬิกาบนข้อมือคนอื่น
เวลาผ่านไป พร้อมกับบาดแผลที่เริ่มเลือนหาย
ฉันคิดโง่ ๆ ว่า . . . ภาพเหล่านั้นจะตายไปพร้อมนาฬิกา แต่มันไม่ใช่

ฉันตัดสินใจซ่อมนาฬิกา
เมื่อมันกลับมาวันแรก ๆ ฉันรู้สึกไม่คุ้น
จนถึงตอนนี้ . . . ก็ยังไม่คุ้น
ฉันยังแอบมอง . . . นาฬิกาบนข้อมือคนอื่น อยู่เหมือนเดิม
ฉันรู้สึกเขินแกมขำทุกครั้ง . . . ที่แอบมองข้อมือคนอื่น
ทั้ง ๆ ที่มีนาฬิกาอยู่บนข้อมือของตัวเอง

ฉันนึกถึงใครบางคน . . . ที่มักจะปรากฏตัวพร้อมรอยยิ้มเสมอ ๆ
ในบางช่วง ที่เขาหายหน้าหายเสียงไป . . .
ฉันรู้สึกขาด ๆ แต่ก็เพียงชั่วเวลาสั้น ๆ
ในบางครั้ง . . . ฉันพอใจที่มีเขาอยู่ใกล้ ๆ
ในวันที่ไม่แข็งแรง . . .

แต่ . . . ในบางครั้งฉันกลับรู้สึกพอใจ
กับการได้เดินคนเดียว . . . เดี่ยวเดี่ยวในวันว่าง
หรือเป็นความผูกพัน หรือเป็นเพียงความเคยชิน
หัวใจฉัน . . . ยังตอบคำถามได้ไม่กระจ่างชัดนัก

"คนเราจะรู้ค่าก็ต่อเมื่อ . . . สูญเสียสิ่งนั้นไป"
ฉันมักได้ยินใคร ๆ พูด
แต่ . . . ฉันกลับคิดว่า หากฉันยังมองไม่เห็น
ฉันน่าจะยอมเสียไปดีกว่า . . . เพื่อให้ซึ้งถึงคุณค่านั้น
ฉัน . . . ไม่อยากเอาเปรียบเขา
หากจะรั้งเขาไว้ด้วยความคุ้นเคย ที่ไม่ใช่ความผูกพัน
ฉัน . . . ไม่อยากโกหกตัวเอง
หากจะรั้งเขาไว้ . . . ด้วยความไม่แน่ชัด

ฉันมีคำถาม . . . ที่ยังขบไม่แตกกับคำว่า . . .
ผูกพัน หรือว่าจะเป็นแค่คุ้นเคย
บางที . . . มันอาจจะเป็นการดี
หากฉันจะอยู่ห่าง ๆ หรือตัดขาด
เพื่อให้รู้จัก . . . หัวใจของตัวเองมากขึ้น
กับใครบางคน . . . ที่ขาดหายไปจากชีวิต
อาจเป็นเหมือน . . . นาฬิกาที่ขาดสาย
อาจรู้สึกแปลบ ๆ และมองหากับการหายไปในช่วงแรก
แต่ไม่นาน . . . คงจะชิน

11 juillet

คนที่มีความสุขที่สุดในโลก

 

คนที่มีความสุขที่สุดในโลก
คนที่มีความสุขที่สุดในโลกไม่ใช่คนที่ร่ำรวย
คนที่มีความสุขที่สุดในโลกไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จ
แต่คนที่มีความสุขที่สุดในโลกคือ คนที่มีความสบายใจเท่านั้นเอง

และความหมายของความสบายใจ คือ
หนึ่ง เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น เชื่อว่าคุณมีดี คุณน่าคบหา และคุณทำได้

สอง รู้จักตัวเอง ยอมรับในข้อบกพร่องของตัวเอง และพร้อมจะปรับปรุงเสมอ

สาม ไม่ดื้อดึง ถ้าวันวานคุณเคยทำผิดพลาด คุณก็ยินยอมเปลี่ยนแปลงและรับฟังคนอื่น

สี่ เห็นค่าของตัวเอง คุณไม่คิดว่าตัวเองช่างไร้ค่า คุณจึงมีความสุขในใจเสมอ

ห้า วิ่งหนีความทุกข์ เมื่อรู้ตัวว่าตกลงไปในความทุกข์ คุณก็รีบหาทางหลุดพ้น ไม่จมอยู่กับมัน

หก กล้าหาญเสมอ คุณกล้าเปลี่ยนแปลงและกล้ารับมือกับสิ่งแปลกใหม่หรือปัญหาต่างๆ

เจ็ด มีความฝันใฝ่ เมื่อชีวิตมีจุดหมาย คุณก็จะเดินไปบนถนนชีวิตอย่างมีความหวัง ไม่เลื่อนลอย

แปด มีน้ำใจอาทร คุณพบความสุขในใจเสมอถ้าเป็นผู้ให้แก่ผู้อื่น โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

เก้า นับถือตัวเอง ไม่ดูถูกตัวเองด้วยการลดคุณค่าและทำในสิ่งที่เสื่อมเสียต่อตัวเอง

สิบ เติมสีสัน สร้างรอยยิ้มให้ชีวิตของคุณและคนรอบข้าง รู้จักหยอกล้อคนอื่น ๆ และตัวเองด้วย

....................................................
ความสุขนั้นคือพอใจกับวิถีชีวิตของตัวเอง
และวางฝันของตัวเองตามกำลังที่ตนทำได้
การได้รับวัตถุและความสำเร็จในหน้าที่การงาน
ทำให้คุณพึงพอใจและยกระดับฐานะของคุณเท่านั้น
เป็นการสร้างเสริมความสุขเพียงภายนอก
และมันมิได้อยู่กับคุณอย่างมั่นคงถาวรตลอดไป

เพราะคนเรานั้นย่อมมีความต้องการเพิ่มขึ้นเสมอไม่มีวันหยุดนิ่ง

ความสุขที่แท้จริงเกิดจากข้างในจิตใจของคนเรา

และถ้าจิตใจของคุณไม่ว่าง
เต็มไปด้วยอารมณ์อันตรายต่าง ๆ ความสุขก็จะเกิดขึ้นได้ยากยิ่ง
เพราะความสุขนั้นมักเกิดขึ้นท่ามกลางความสงบเสมอ
ชีวิตของคนเรานั้นไม่ยืนยาวนัก
คุณสามารถหาความสุขให้ตัวเองได้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้
ไม่ต้องมุ่งหวังยามแก่เฒ่า
ค่อยอยู่อย่างสงบสุขอย่างที่หลายคนเชื่อกัน
เชื่อเถอะ เราจะสามารถมีความสุขที่สุดในโลกได้ ในตอนนี้
ถ้าเราเริ่มจากตัวเราเอง !!!

4 juillet

ข้อคิดดีๆ


ข้อคิด ข้อเตือนใจ เรื่องความรัก


1. การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า คือการรักใครสักคน แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้ และต้องมาเสียใจภายหลัง

2. พระเจ้าอาจจะต้องการให้เราพบคนที่ไม่ใช่..ก่อนที่จะมาพบคนที่ใช่ เพื่อเวลาเราพบคนคนนั้นแล้ว เราจะได้รู้สึกซาบซึ้งถึงพรที่ท่าน ประทานมา

3. ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่ แม้จะแยกความ รู้สึก ความลุ่มหลง และความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว

4. สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต คือการพบคนที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเรา แต่มาค้นพบภายหลังว่าเราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้น และจะต้องปล่อยให้ผ่านพ้นไป

5. เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลงประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้นแต่เราก็มัวแต่มองประตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนานจนกระทั่งเรามองไม่เห็นประตูที่เปิดไว้รอ

6. เพื่อนที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไรกันสักคำ แต่สามารถเดินจากไปด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกัน อย่างประทับใจที่สุด

7. เป็นความจริงที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่จนกว่าเราจะสูญเสียมันไป แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้างจนกระทั่งสิ่งนั้นเข้ามาหาเรา

8. การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคนไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ อย่าหวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเราเอง

9. มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยิน แต่คุณจะไม่ได้ยินมันจากปากของคนที่คุณอยากได้ยิน แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวกโดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจากคนที่เขาบอกกับคุณจากหัวใจ

10. อย่าบอกลาถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไปไหว อย่าพูดว่าคุณไม่รักคนคนนั้นอีกแล้ว ถ้าคุณไม่สามารถทำใจ

11. ความรักมักมาเยือนผู้ที่ยังคงหวัง ถึงแม้ว่าจะผิดหวัง และมาเยือนผู้ที่ยังคงเชื่อ ถึงแม้ว่าจะถูกทรยศหักหลัง และจะมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บปวดมาก่อน

12. การที่เราจะประทับใจใครนั้นใช้เวลาแค่เพียงนาที การที่เราจะชอบใครใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง การที่เราจะรักใครใช้เวลาเพียงชั่ววัน แต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลาชั่วชีวิต

13. อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้ อย่ามองใครจากความร่ำรวย เพราะมันไม่จีรังยั่งยืน ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะเพียงยิ้มเดียว สามารถทำให้วันที่หม่นหมองกลับสดใส ขอให้คุณพบคนที่ทำให้คุณยิ้มได้

14. มีช่วงเวลาในชีวิตที่คุณคิดถึงใครสักคนจนกระทั่งอยากดึงเขา มาจากความฝันเพื่อกอดเอาไว้ขอให้คุณได้ฝันถึงคนพิเศษนั้น

15. ฝันถึงสิ่งที่คุณต้องการฝัน ไปในที่ที่คุณต้องการไป เป็นในสิ่งที่คุณต้องการเป็น เพราะคุณมีเพียงชีวิตเดียว และมีโอกาสเดียวที่จะทำทุกสิ่งที่คุณต้องการ

16. ขอให้คุณมีความสุขมากพอที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวาน ผ่านการทดสอบมามากพอที่จะทำให้คุณเข้มแข็ง มีความเศร้าโศกพอที่จะทำให้คุณยังคงความเป็นมนุษย์ และมีความหวังมากพอที่จะทำให้คุณเป็นสุข

17. เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวด รู้ไว้เถอะว่าคนอื่นก็เจ็บปวดจากสิ่งเดียวกันเช่นกัน

18. คำพูดที่ไม่ได้ยั้งคิดอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง คำพูดที่โหดร้ายอาจทำลายชีวิต คำพูดที่เหมาะกาละเทศะอาจลดความเครียด คำว่ารักอาจเยียวยาและทำให้มีสุข

19. จุดเริ่มของความรักคือการปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเอง อย่าดึงเขาจากภาพความเป็นเขา มิฉะนั้นจะหมายความว่ามันเป็นเพียงภาพสะท้อนของตัวเรา ที่ปรากฎในพวกเขา

20. คนที่มีความสุขที่สุดไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด เพียงแต่เขาสามารถทำสิ่งที่เขามีให้ดีที่สุดได้ต่างหาก

21. ความสุขรออยู่เบื้องหน้าผู้ที่มีน้ำตา ผู้ที่เจ็บปวด ผู้ที่ค้นหา และผู้ที่ พยายามแล้ว เพราะมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้จักคุณค่า-ของผู้คนที่ได้สัมผัสชีวิต

22. ความรักเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม งอกงามด้วยรอยจูบ และจบลงด้วยคราบน้ำตา

23. อนาคตที่สดใสมีรากฐานอยู่บนอดีตที่แสนเจ็บปวด คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ดี ถ้าหากไม่รู้จักปล่อยวางความผิดพลาดในอดีต และความปวดใจ

24. คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม จงมีชีวิตอยู่เพื่อเมื่อตอนคุณตาย คุณจะเป็นคนที่ยิ้ม ในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้คุณ

25. ความรักก็เหมือนกับการเสี่ยง คุณอาจจะต้องพบกับความล้มเหลว แต่ถ้าคุณไม่เสี่ยง คุณก็อาจจะต้องพบกับความล้มเหลวตลอดไป

26. ความรัก มักเหมือนแก้วบาง ถ้าหากคุณมือหนัก แก้วที่คุณถือ ก็อาจจะต้องแตกร้าวทุกครั้งที่คุณใช้มัน

27. ความรัก ง่ายที่เราจะหามัน แต่ยากที่จะรักษาเอาไว้ให้คงอยู่ตลอดไป
18 juin

ไอสาดดด....

 
เปงอารายของมานเนี่ย...?
ทำไมกรูถึง add รูป เข้าไปใน Space ของกรูเองไม่ได้ว่ะ
เปงเชี๊ยไรของมาน.... ไม่เข้าใจเลย เจงๆ
 
 
ตอนแรก ก็คิดว่า เปงที่ระบบ เปงที่วินโดว์
เด่วอีกซักพักคงใช้ได้เหมือนเดิม
กรู - ก้อ - รอ
 
 
--- สุดท้าย ---
รอมาก็นาน ลองมาเปงชาติ แร่ะ แมร่ง...ก็ไม่ได้ซักกะที
กรูจะทำไงดีล่ะ ...เนี่ย?
 
 
ใครก็ได้ ช่วยกรูทีเห๊อะ!!
อยาก add รูป จนใจจะขาดดิ้นตาย แว้ว
2 juin

หยุดซักที

หากเรา หาเหตุผลให้กับตัวเอง ว่า . . .
ทำไม . . . เราถึงรักคนๆ นี้นัก
แล้วเหตุผลที่ได้ มีแค่เพียง . . . รักเพราะรัก

ฟังดูอาจเลื่อนลอย ไร้จุดหมายเกินไป
แต่สำหรับคนที่รักกัน . . . เหตุผลเพียงแค่นี้
ก็เพียงพอ ที่จะสานต่อความรัก . . . ให้อยู่ต่อไป

แต่กับคนที่เรารักเขา . . . แล้วเขาไม่รักเรา
ไม่เคยจะมองเห็น แม้แต่คุณค่า ในตัวเรา
ต่อให้เรา หยิบยื่นสิ่งดีๆ ให้เขาเพียงไหน
หรือให้เหตุผลมากมาย. . . ในคำว่า รักที่เรามีให้
เขาก็คง มองไม่เห็นมันเหมือนกัน

และกับคนประเภทนี้ . . .
ยิ่งเราเรียกร้องมาก แค่ไหน . . .
ก็จะยิ่งสร้างความเหนื่อยใจ . . . ให้กับเราเท่านั้น

ถ้าเรา มีความสุขกับมัน . . . ก็ดีไป
แต่สุข . . . แล้วเหนื่อยใจ ก็น่าคิดเหมือนกัน
คนเรา . . . เหนื่อยแล้วก็ต้องพัก
ต้องหาทางออก ที่ทำให้เราดีขึ้น

กับเรื่องของความรัก ก็เช่นกัน
เมื่อเราต้องเหนื่อยล้าเพราะมัน คงต้องพักซะบ้าง
ลองหยุดวิ่งตามเขาซักครั้ง . . . แล้วมาเดิน(แค่เดิน) ตามตัวเองดูสักหน
เราอาจรู้สึกดีกว่า . . . การต้องวิ่งตามใครคนนั้น
อย่างน้อยๆ เราจะพบว่า . . .
การเรียนรู้ที่จะรักตัวเองนั้น . . . ไม่ทำให้เราเหนื่อยใจเลย

ความจริงแล้ว . . . การรักตัวเอง ไม่ยากเลย
ถ้ายังไขว่คว้าหารัก แต่ยังไม่พบเจอคนที่รักเราจริง
ก็อย่าฝืนที่จะรัก . . . เดี๋ยวจะเสียใจทีหลัง
ถ้าเสียใจ ก็ขอให้คิดถึงตัวเองให้มากๆ
แล้วบางทีสิ่งดีๆ . . . ก็อาจรอเราอยู่ในวันข้างหน้า

14 mai

หากวันนี้ยังรัก...ก็ต้องกล้ายอมรับกับความเจ็บ

ในที่สุดเขาก็กลับมา....
เหมือนอะไรมันจะดีขึ้น แต่ความเป็นจริงมันก็ยังคงเดิม
เรื่องที่เสียใจก็ยังคงเป็นเรื่องเดิมๆที่เคยทะเลาะกันตั้งแต่แรกเริ่ม

เธอไม่เคยปรับปรุงมัน เพราะยังคงใช้เหตุผลเดิมๆว่า"จำเป็น"
ฉันก็ยังคงเสียใจไม่เคยเปลี่ยน เพราะมันก็เป็นเรื่องที่ "จำเป็น"

เรายังคงมีเหตุผลของเรา เธอ"เหนื่อย"ที่จะต้องอธิบายมันทุกๆครั้ง
ในขณะที่ตัวของฉันเองก็รู้สึก"เหนื่อย"ที่จะต้องยกประเด็นเดิมๆมาทะเลาะด้วย
นานวันไป ฉันเองก็ต้องเป็นฝ่ายที่ถอดใจ ปล่อยเรื่องนั้นไป ทั้งๆที่ยังคาใจ

 


ในเมื่อเราเลือกที่จะรัก ก็ต้องทำใจกลับผลที่ตามมาเช่นกัน
หากไม่เจ็บปวด เราก็คงไม่รู้จักคำว่า"ความสุข"
อีกอย่าง...การที่เรายังมีเขามันก็เป็น "ความสุข"...เช่นกัน

ในเมื่อคิดจะอยู่ด้วยกัน เราก็ต้องยอมปรับเข้าหากัน
ความรักบางครั้ง คำว่าคนละ "ครึ่งทาง"มันก็เป็นเรื่องที่สำคัญ
แต่หากบางครั้งมันไม่ใช่คำว่า"ครึ่งทาง" เราเองก็ต้องยอมเดินเข้าไปหาเขาเอง
หากเขาน้อย เราก็ควรจะเป็นฝ่ายมาก เพื่อเติมเต็ม....แต่ไม่ใช่เขามากแล้วเราจะน้อยลง

มากในความใส่ใจ เข้าใจ และเห็นใจ น้อยในความน้อยใจ และไม่พอใจ
ในเมื่อเราเลือกจะมีเขา ในเมื่อเขาคือสิ่งที่เราต้องการ
เราจึงต้องยอมที่จะรักษามันไว้ทุกทาง.....

 


มันก็เหมือนสร้อยเพชรเลอค่า ที่อยู่บนคอเรา
หากมีใครคนนึงพยายามเอาสร้อยเพชรของเราไป
มันก็ไม่แปลกที่เราจะต้องยื้อและทำทุกทาง เพื่อรักษาสร้อยเพชรเส้นนั้น

หากแต่การรักษาไว้ซึ่งสร้อยเพชรต้องแลกกับชีวิตที่คนๆนั้นกำลังขู่ฆ่าเรา
เราก็จำเป็นต้องปล่อยมันไป... เพราะชีวิตของเราสำคัญกว่า


หากวันนี้เขาเป็นคนทำร้ายใจเราจนเจียนตาย......ความรัก กำลังจะฆ่าคุณ
คุณก็จำเป็นต้องปล่อย"ความรัก"นั้นไป....เพราะหัวใจเราสำคัญกว่า

19 avril

ความรักที่ไม่ต้องการอะไรตอบแทน

 
การที่เรารักหรือรู้สึกดีๆ กับใครคนหนึ่งแล้วนั้น

ไม่จำเป็นที่จะต้องทำเฉพาะกับคนที่รักกันเท่านั้น

การดูแลและได้รักใคร แค่ได้แอบมองเธอ

และดูแลเธออยู่ห่างๆ แค่นี้ก็สามารถทำให้เรามีความสุขได้

 
แม้ว่าการที่เรารัก หรือคอยเป็นห่วงใครแล้วเค้าไม่เคยมองเห็น

และไม่เคยได้อะไรตอบแทนกลับมา แต่เราก็พอใจในสิ่งที่เราทำ

การอยู่ในจุดทำให้เราสามารถมองเห็นเธอทั้งเวลาที่เธอมีความทุกข์

ความสุข ยามที่เธอสมหวัง หรือในที่เธอมีปัญหาและเสียใจ


ในยามที่เธอท้อ ถึงเราไม่อาจจะเข้าไปอยู่เคียงข้างเธอได้

แต่เราก็คอยเป็นกำลังใจ คอยเป็นห่วงเธอและดูแลเธอ

ในยามที่เธอเจ็บปวด หรือมีปัญหาทุกข์ใจ อยู่ห่างๆ

เราก็ดีความสุขแล้วถึงแม้เราอาจจะไม่ใช่คนที่เธอรัก


หรือเธอจะเห็นฉันเป็นอะไรก็ได้ในสายตาเธอ

แต่ขอเพียงแค่ในสายตาที่เธอมองจะมีฉันอยู่ในใจบ้าง

แค่เพียงเสี้ยววินาที ฉันอาจไม่ใช่คนในความทรงจำดีๆ

ของเธอ แต่เธอคือ ความทรงจำในใจฉันเสมอ


ในยามที่สายลมพัดผ่านไปขอเพียงให้เธอรู้ไว้

“ว่าสายลมนั้นจะทำให้เธอเย็นสบายและเป็นสุขเสมอ”

และฉันก็พอใจแล้วในวันนี้ ที่ฉันได้เป็นคนคนหนึ่งซึ่งรักเธอ



11 avril

ความเดิมตอนที่แล้ว...ZaZa

 

ความเดิมตอนที่แล้ว จำได้เราเคยรักกัน
เธอเป็นคนบอกฉันไม่มีวันลาไปไกล
ความเดิมตอนที่แล้ว ลงเอยด้วยเธอทิ้งไป
คำที่เธอพูดไว้ เธอเองไม่รักษามัน

แล้ววันนี้มันเกิดอะไร ถึงได้มารื้อฟื้นวันเก่าๆ
กลับมาทำไมหรือเธอ

ไม่เหลืออะไรให้เธอแล้ว
ไม่เหลือแล้วเธอ หมดเยื่อใย
ก็รักในใจ หมดไปเมื่อเธอทิ้งกัน
อย่าหวังให้เราเป็นอย่างเคย มันเลยตอนอวสาน
เรื่องราวของเธอและฉัน จบแล้วที่เคยรักกัน
มันไม่มีตอนต่อไประหว่างใจเรา

ฉันก็ดีอยู่แล้วไม่ได้เป็นไรนะเธอ
ฉันไม่ได้เฝ้าเพ้อคร่ำครวญทวงคืนวันวาน
มันก็ดีอยู่แล้วที่เราไม่ต้องรักกัน
เคยต้องการอย่างนั้น แบบนั้นไม่ใช่หรือเธอ

แล้ววันนี้มันเกิดอะไร ถึงได้มารื้อฟื้นวันเก่าๆ
กลับมาทำไมหรือเธอ

ไม่เหลืออะไรให้เธอแล้ว
ไม่เหลือแล้วเธอ หมดเยื่อใย
ก็รักในใจ หมดไปเมื่อเธอทิ้งกัน
อย่าหวังให้เราเป็นอย่างเคย มันเลยตอนอวสาน
เรื่องราวของเธอและฉัน จบแล้วที่เคยรักกัน
มันไม่มีตอนต่อไประหว่างใจเรา

แล้ววันนี้มันเกิดอะไร ถึงได้มารื้อฟื้นวันเก่าๆ
กลับมาทำไมหรือเธอ

ไม่เหลืออะไรให้เธอแล้ว
ไม่เหลือแล้วเธอ หมดเยื่อใย
ก็รักในใจ หมดไปเมื่อเธอทิ้งกัน
อย่าหวังให้เราเป็นอย่างเคย มันเลยตอนอวสาน
เรื่องราวของเธอและฉัน จบแล้วที่เคยรักกัน
มันไม่มีตอนต่อไประหว่างใจเรา

10 avril

อดีตที่สำคัญ. . . สำหรับปัจจุบัน

 

ครั้งหนึ่งในชีวิตที่คุณคิดว่า. . .
คุณไม่สามารถรักใครได้อีกแล้ว เพราะคุณรักเค้ามากๆ ที่สุด
คุณก็จมอยู่กับอดีต
พอวันเวลาผ่านไปมันจะสอนอะไรคุณหลายอย่างเชียวล่ะ


คนที่เค้าคบกับคุณเค้าทำให้คุณรู้สึกดี
ทั้งๆ ที่อดีตไม่ได้ให้อะไรกับคุณในตอนนี้เลย
นอกจากความเจ็บปวด
ถึงจะมีสุขใจก็ตาม แต่มันก็ผ่านไปแล้ว


เคยหันกลับมามองคนที่เค้าอยู่ข้างๆ คุณมั้ย
คนที่ทำให้คุณทุกอย่าง
คนที่ทำให้คุณมีความสุขในปัจจุบัน
คนที่ทำให้คุณหัวเราะ
ทำไมต้องนั่งเศร้ากับอดีต
มาหัวเราะกับปัจจุบันไม่ดีกว่าหรอกหรือ


“อดีตทำไงก็ไม่หวนคืน”
เราใช้อดีตมาเป็นบทเรียนที่ทำให้คนที่เค้ารักเราในปัจจุบันมีความสุขดีกว่า
นำอดีตเป็นบทเรียน
ไม่ใช่ตัวถ่วงความรักปัจจุบัน
บางคนคิดอยากจะย้อนเวลา
ทำไมไม่คิดว่าจะเอาอดีตมาทำให้ปัจจุบันดีขึ้น
ทำไมไม่คิดว่ามันจะทำให้เราเติบโตโดยเรียนรู้จากมัน


ถ้าย้อนกลับไปได้จริง!!!
คุณก็จะไม่มีวันก้าวไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็งได้เลย
ถ้าย้อนกลับไปได้จริง!!!
คุณเคยคิดมั้ยว่าคนที่เป็นปัจจุบันล่ะเค้าจะไปอยู่ไหน
เค้าจะเจ็บปวดใจเท่าไร

 
ถ้าย้อนกลับไปได้จริง!!!
คุณจะเป็นแค่เด็กไม่รู้จักโต
ถ้าย้อนกลับไปได้จริง!!!
คุณจะเป็นคนไม่มีค่าเพราะไม่ทำปัจจุบันให้ดีขึ้น
เรียกร้องแต่จะย้อนกลับไปแก้ไขสิ่งที่ทำไปแล้วไม่เคยคิด


จำไว้อดีตไม่ใช่ว่าไม่สำคัญ แต่ปัจจุบันน่ะสำคัญกว่า
ถ้าคุณยังไม่ยอมรักษาปัจจุบันใว้ คุณอาจจะเสียใจ
และอยากคิดจะย้อนเวลา. . . เพียงเพราะมันเป็นอดีตไปแล้ว

2 avril

สุดท้ายของความรัก เราคือผู้ให้หรือผู้รับ


มีใครบางคนบอกว่า . . .
ในความรัก ของคนสองคน สุดท้ายเวลาที่เลิกกัน
เราจะรู้ว่าใครคือผู้ให้และใครคือผู้รับ


ผู้ให้ คือ คนที่หยิบยื่นความเจ็บปวดให้อีกฝ่าย
จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม แต่เขาได้ให้มันไปแล้ว

ผู้รับ คือ คนที่ยอมรับความเจ็บปวดนั้นมา
โดยที่ไม่อยากได้มันเลยแม้แต่น้อย . . . แต่ก็ต้องรับมัน

ความหมายแบบนี้ ไม่มีใครอยากเป็นผู้รับแน่นอน
และบางคนคงไม่อยากจะเป็นผู้ให้เหมือนกัน . . .
เพราะกลัวว่าสักวันอาจจะเปลี่ยนมาเป็นผู้รับบ้าง

ใครคนนั้นบอกอีกว่า
บางสิ่งที่เขาหยิบยื่นให้ คนรับ . . . เต็มใจรับมันเสียด้วย
บางคนรับมันมา รู้ว่าหนัก วางมันลง เพราะกลัวเหนื่อย
บางคนรับมัน แบกไว้จนหนัก เหนื่อย ถึงวางมันลง
บางคน รู้ว่าหนัก กลับยิ่งแบก รับมันเพิ่ม มันยิ่งหนัก
ก็ยิ่งเหนื่อย แต่ไม่วางมันลง . . .


มันขึ้นอยู่กับว่าคนรับตั้งใจจะเก็บ จะแบกมันไว้กับตัวนานแค่ไหน
ความทุกข์ ความเสียใจ ความผิดหวัง ความเจ็บปวด
เราจะวางมันลง . . .
ครั้งเดียวทีเดียวเลย คงไม่ได้และไม่ง่าย


 . . . แต่เมื่อไร . . .
ที่รู้สึกว่าแบกมันไว้ จนหลังไหล่ลู่ล้า อ่อนแรงไปหมด
ขอแค่ค่อยๆ วางมันลงทีละนิด ทีละนิด
เท่าที่จะวางได้เป็นพอ


. . . . สักวัน . . .
มันจะเบาบาง ผ่อนคลายความหนักหน่วงนั้นเอง
ตามกาลเวลา...แม้อาจจะไม่มีวันหมด เลยก็ตาม


 . . . แต่ยังไง . . .
ก็ดีกว่าที่จะเก็บมันไว้แบบนั้น . . . ตลอดไป


29 mars

รัก...และ...ผูกพัน

ความรัก..กับ ความผูกพัน
หน้าตาคล้ายกัน .. เหมือนซ้าย-ขวา
แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ ...

รู้สึกว่า .. คิดถึง .. แล้วมาหา คือ .... รัก
รู้สึกว่า .. เคยมาหา .. เลยมาหา คือ .. ผูกพัน

รู้สึกว่า .. หิว ... แต่อยากรอ คือ .. รัก
รู้สึกว่า .. อิ่มแล้ว .. อยากเอามาฝาก คือ .. ผูกพัน

รู้สึกว่า .. อยากให้เวลากันและกัน คือ ..... รัก
รู้สึกว่า .. อยากใช้เวลาด้วยกัน คือ .. ผูกพัน

รู้สึกว่า .. หงุดหงิดคือทำให้อีกคนไม่สบายใจ คือ .. รัก
รู้สึกว่า .. โกรธคือทำให้อีกคนสำนึกบ้าง คือ .. ผูกพัน

รู้สึกว่า .... ไม่มีนาทีไหนไม่คิดถึง คือ .. รัก
รู้สึกว่า .. นาทีไหนที่ว่างจะคิดถึง คือ .... ผูกพัน

ขอบคุณเหลือเกิน .... ความผูกพัน .. ที่ทำให้รัก
ขอบคุณเหลือเกิน .. รักที่เป็นมากกว่า .. ความผูกพัน

... เคยไหมรักใครคนหนึ่ง ด้วยความรู้สึกว่า ....
เคยผูกพันเหมือนเคยรักกัน แล้วพลัดพราก
ต้องมาตามหากันเป็นแรมปี
ถ้าเคยรู้สึกอย่างนี้
ยามที่มองแววตาใครคนนั้น
แล้วรู้สึกอยากอยู่ข้าง ๆ
เพื่อคอยกางแขนปกป้องและดูแลไปตลอดชีวิต
ความรู้สึกนั้น .. เรียกว่า รักและผูกพัน
ความรู้สึกที่ .. มิอาจพรากจากกัน ได้อีก
แม้เพียงหนึ่งเสี้ยววินาที

28 mars

ใครสักคน..ที่มีค่าแก่การรอคอย

 

ใครสักคนที่มีค่าแก่การรอคอย

ใครบางคน...ที่มีค่าพอให้รอคอยการรอคอย ... เป็นเรื่องที่ทรมาน

โดยเฉพาะการรอคอยที่จะกลับมาพบกัน หรือรอคอยใครสักคนที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน

เพราะในเวลาแห่งการรอคอยนั้น มันมีมากกว่า 24 ชั่วโมง

และเข็มนาฬิกาก็เดินช้าขึ้นอีกเป็นเท่าตัว...

จากเวลาที่นานอยู่แล้วจึงนานยิ่งกว่า และการดำเนินชีวิตระหว่างการรอนั้น

ก็มีตัวแปรมากมายที่จะทำให้คนเปลี่ยนไปอยู่ทุกขณะ

เพราะทุกคนมีพื้นฐานความเหงา และโดดเดี่ยวอยู่ในตัวเอง พอๆ กับความอ่อนไหว

เป็นโอกาสที่ดีที่จะใช้ระยะทางเป็นเครื่องวัดความรู้สึก

พิสูจน์ความแข็งแรงของความรัก วัดการกระทำ...

ความเสมอต้นเสมอปลาย และความอดทน

 

ด้วยเงื่อนไขของความลำบากแห่งกาลเวลา และตัดสินว่า...การรอคอยจะคุ้มค่าหรือไม่

การอยู่ห่างกัน... จึงจำเป็นต้องพิสูจน์กันด้วยความเข้มแข็ง

ต่างคนต่างก็ต้องทำหัวใจให้เข้มแข็งกับอารมณ์ต่างๆ

ที่คอยรบกวน...และคอยชักจูงออกนอกลู่นอกทาง

เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่าย...ที่วันนึงเราพบว่า

คนคนหนึ่ง...คือคนที่ชีวิตเราตามหามาตลอด และใครสักคนที่เป็นได้อย่างที่เราฝัน

 

มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

และคนที่จะฝ่าฟันกับการบีบคั้นแห่งการรอคอย

กลับมาหาเราได้ก็ไม่ใช่เรื่องธรรมดา...

เพราะฉะนั้น...

ย่อมหมายถึง...ความรู้สึกที่เค้ามีอยู่ก็คงไม่ได้ธรรมดา

และคนคนนั้นก็ย่อมเต็มค่า

ย่อมเกิดค่ามหาศาล ...ชีวิตจึงจำเป็นต้องรอคอยใครสักคนให้ได้

หากรู้ว่าเป็นใครสักคน ...ที่มีค่าแก่การรอคอย...

 

ระยะห่างคนสองคน

ะยะห่าง

เคยรู้สึกใช่ไหมว่า ..
ขณะที่เราเดินเข้าหา
บางคนกลับกำลังเดินหนี
กับบางคนเรากำลังเดินหนี
บางคนกลับเดินตาม...
กับบางคน
เราก็ต้องการระยะห่างประมาณหนึ่ง
ไม่ต้องใกล้มาก
แต่ไม่ต้องการห่างหายไปไหน..

ขณะที่บางคนวิ่งตาม
ล้มลุกคลุกคลานและเจ็บปวด
กับระยะห่างของอีกคน
ที่ทิ้งไว้ตรงหน้า
และขณะเดียวกัน
กับที่อีกคนก็วิ่งหนี
โดยไม่คิดจะหันกลับมามอง
ความเจ็บปวดของอีกคน

jhaeng

อะไรก็เกิดขึ้นได้ กับความรู้สึกคน..
เหนื่อยแสนเหนื่อย ล้าแสนล้า
แต่สุดท้ายก็ยังพยายาม ...
พยายามที่จะยื้อยุดฉุดดึงอยู่เช่นนั้น

บางคนปล่อยความรู้สึกของอีกคนไว้
บนความห่าง ห่างจนลับตา ..

ไม่เคยหันกลับมามอง
หรือรับรู้ความเป็นไปของอีกคน ..
ไม่เคยรับรู้ว่า
ระยะห่างที่เขาทิ้งไว้อีกคน
มันสร้างความเจ็บปวดได้
ประมาณไหน

jhaeng 

แต่ก็มีบางคน
ที่เหนื่อยล้ากับระยะห่าง
ที่พยายามรักษาไว้ เพียงแค่นั้น
ไม่ต้องห่างไป แต่ เข้าใกล้กว่านี้ไม่ได้ ..

ต้องการเพียงเส้นขนาน
ที่ไม่มีทางมาบรรจบ ...

jhaeng

การทำลายระยะห่างของคนสองคน
อาจไม่ใช่เรื่องยาก
แต่ก็ไม่ได้ง่ายดายนัก
สำหรับอีกหลาย ๆ คน...
บางคนพยายามมาเกือบทั้งชีวิต..
ระยะห่างที่ว่า
ก็ยังคงห่างอยู่เช่นเดิม..
ขณะที่บางคนอยู่นิ่ง
ไม่วิ่งหนี ไม่วิ่งตาม
ปล่อยทุกอย่าง!
ให้เป็นหน้าที่ของเวลา
ไม่เรียกร้องให้เกิดความคาดหวัง
ไม่ปล่อยละเลยจนเหมือนชาเฉย...
ระยะห่างนั้น
กลับขยับเข้ามาใกล้ราวปฏิหารย์..


jhaeng


เอาใจช่วย
สำหรับคนที่กำลังพยายามเดินเข้าหา
ให้อีกคนหันกลับมามองบ้าง
ระยะห่างจะได้สั้นลง
พยายามต่อไป

เพราะวันหนึ่ง คุณอาจรู้สึกว่า
ความพยายามของคุณ มิได้ไร้ค่า

ร้องขอสำหรับคนที่กำลังเดินหนี
ให้หันกลับมามองความรู้สึก
ของอีกคนบ้าง

เพราะบางทีคุณอาจจะสูญเสียอะไรดีดีไป
เพราะระยะห่าง ที่คุณทิ้งไว้ให้อีกคน

เห็นใจกับการรักษาระยะห่างให้คงที่
สำหรับบางคน
เพราะบางทีมันก็ทรมาน มากกว่า
การพยายามเดินเข้าใกล้
หรือห่างหนี..เสียอีก..

แล้วคุณ คุณ เล่า
เคยนึกย้อนกลับมามอง
ระยะห่าง
ของคุณกับผู้คนรอบตัวกันบ้างไหม..

jhaeng


เคยรู้สึกไหมว่า
บางที ความห่างไกล
กับ ระยะห่างของความรู้สึก
กลับเป็นตัวแปรผกผันกัน
เคยรู้สึกได้ถึงระยะห่าง
ทั้งที่ตัวอยู่ใกล้ ใกล้
หรือรู้สึกใกล้กันแล้วทางความรู้สึก
ทั้งที่ตัวอยู่แสน ไกล กันบ้างไหม.???

เคยคิดกันบ้างไหมว่า
ระหว่าง
คนพยายามเดินหนี
คนที่พยายามเดินตาม
และคนที่พยายามยังไงระยะห่างกลับเท่าเดิม
คนไหนเจ็บปวดไปกว่ากัน ...

อาจเป็นเพราะ .. โลกกว้างเกินไป
หรือไม่ .. หัวใจเราแคบเกิน

 

 

27 mars

คำสอนจากพ่อและแม่

คำพ่อสอน...

"... การทำให้คนอื่นรัก ยากกว่าการทำให้ เกลียดมากนัก
กว่าจะเป็นที่รักของใครได้ต้องใช้เวลานาน

ความรักมันต้อง อาศัยการซึมลึก
ไม่เหมือนความเกลียดที่ทำง่ายแต่ซึมนาน
เราดีใจที่รู้ ว่ามีคนรักเรามากมายรอบๆตัว
มันเป็นภูมิต้านทานความท้อแท้ที่ดีสำหรับเรา
เป็นเกราะคุ้มภัยให้เราอุ่นใจเสมอ


ลองดูสิ.. ทำให้คนรอบข้างมีความ สุขเวลาที่มีเรา
ถ้าเธอทำได้เขายิ้มได้..ทำให้เขาคิดถึง..

ทำให้เขา ผูกพัน..เธอก็จะรู้ว่า..
นี่คือกำลังใจที่ดีที่สุด ที่ทำให้ชีวิตเรามีความ หมาย
ทำให้เรารักตัวเอง และทำให้เรารู้ว่า..
ลมหายใจของเรายังมีความ หมายสำหรับใคร
...อีกหลายคน... "



แม่สอนว่า...

" ... เรา ควรให้คนอื่น
มากกว่าการที่คอยให้แต่คนอื่นหยิบยื่นให้เรา

ลองคิดดู สิ.. ถ้าเธอได้รับของขวัญจากใครสักคน
ที่เธอรู้จัก หรือไม่รู้จัก
บางทีอาจเป็นแค่สิ่งของที่ไม่มีค่าอะไรเลย
แต่ความรู้สึกที่ได้ รับ มันตรงกันข้ามกับราคา 
หรือสิ่งของที่คนอื่นหยิบยื่นให้เรามากกว่าเป็น สิบเท่า
ความรู้สึกนั้นนะ ไม่ใช่แค่ดีใจที่ได้รับของขวัญนะ


แต่มันเป็น ความรู้สึกที่คิดว่า
เขาจำมันได้หรือ เขาคิดถึงเราด้วยหรือ

มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเหมือนกันนะ
ถ้าเธอเป็นผู้รับ แล้วเธอเป็นผู้รู้สึก ดี
ขอให้เธอรู้ไว้ว่า คนที่เป็นผู้รับจากเธอ
เขาก็รู้สึกดีไม่แพ้กับเธอ หรอกนะ
แล้วเธอจะรู้ว่าการทำให้คนอื่นมีความสุขได้
ตัวเธอเองนั่นแหล่ะ ที่จะมีความสุขยิ่งกว่า... "

13 mars

ผู้ชายดีๆ หายไปไหนกันหมด?

สุขภาพใจ,อ่านแล้วยิ้ม,ผู้ชาย,หาย,จิตใจ,ใจ,รัก

 

^gg^ ลำดับความสำคัญที่เปลี่ยนไป ^gg^

ลองนึกตอนคุณอายุ 20 ต้นๆซิ คุณมักจะใช้เวลาไปกับการค้นหาตัวเองมากกว่าจะหาสามี "ผู้หญิงอยากเป็นตัวของตัวเอง และยืนได้ด้วยลำแข้งของตนเอง เรื่องการเงินและสนุกในขณะที่ยังสาว" แต่พออายุ 20 ปลายๆ สภาพจิตใจก็เปลี่ยนไป ทำให้ต้องตั้งหลักในเรื่องงานผ่านเรื่องรักมาบ้าง และมีความมั่นคงในตัวเอง "ความกดดันก็เลยเปลี่ยนไปที่อนาคตที่กำลังคืบคลานเข้ามา" ผู้หญิงจะตัดสินว่าต้องการความสัมพันธ์ที่มีความหมายมากขึ้น เธอมองหาและสงสัยว่าผู้ชายดีๆ ที่หวังจะได้เจอน่ะอยู่ไหน?

p



^gg^ ผู้ชายที่คิดจะจริงจัง ^gg^

ทันทีที่คุณตัดสินใจจะจริงจังกับผู้ชายสักคน มาตรฐานคุณก็เปลี่ยนแล้ว ยิ่งอายุมากขึ้นเท่าไหร่ คุณก็จะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรจากคู่รัก และที่แย่กว่านั้นก็คือ เดี๋ยวนี้ผู้หญิงมีการศึกษาสูงเกินผู้ชาย ก็เลยมีผู้ชายที่จะจับคู่ด้วยได้น้อยลง "ผู้หญิงไม่เต็มใจจะเดทผู้ชายที่มีสถานภาพทางสังคมต่ำกว่า"

gg


^gg^ ผู้ชายไม่ยอมโต ^gg^

ในขณะที่คุณกับเพื่อนผู้หญิงเริ่มไปดินเนอร์ที่หรูๆและดื่มไวน์ ผู้ชายก็ยังเหมือนเดิม ยังเล่นวีดีโอเกม "พอผู้หญิงอายุ 20 ปลายๆ เธอมักจะมองหาคนที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ แต่บรรดาเพื่อนผู้ชายกลับไม่โต และไม่พร้อมสำหรับอะไรที่เป็นแก่นสาร"

 

zzzzzz

 



^gg^ หนุ่มโสดหมดตลาด  ^gg^

ยิ่งคุณอายุมากขึ้นเท่าไหร่ เพื่อนที่เป็นโสดก็เริ่มมีคู่มากขึ้นเท่านั้น ผลลัพธ์ก็คือ มีโอกาสที่จะเจอผู้ชายคนใหม่น้อยลง และถึงแม้คุณจะคิดว่าแฟนเพื่อนสนิท คุณมีเพื่อนฝูงผู้ชายมากมายให้คุณจับคู่ ถ้าเขามีคู่ก็ดูเหมือนว่าเพื่อนๆเขาจะมีแฟนกันหมดแล้ว

 

 

zz

 

 



^gg^ เหนื่อยล้าและอ่อนแรง ^gg^

หลังจากไม่ได้ออกเดทมาเป็นชาติ อะไรก็ดูยากไปหมด จะเข้ากันได้มั้ย จะเลือกคนไหนดี กลุ้มใจว่าเขาจะโทรฯมามั้ย "ความโสดกัดกร่อนความนับถือตัวเองของผู้หญิง" อีกเหตุผลที่สาวๆเลิกเดทก็คือ ทุกคนแทบจะไม่มีเวลากันเลย มันจึงยากที่จะหาเวลา "หาผู้ชาย" ให้เข้ากับตารางเวลาและอยู่ในรายการของสิ่งที่ต้องทำต้นๆ

ถึงจะฟังดูหดหู่แต่อย่าเพิ่งสิ้นหวัง คุณควบคุมชะตาชีวิตของตัวเองได้ แค่เปลี่ยนความคิดในใจสักนิด แล้วชีวิตรักคุณจะกระเตื้องขึ้น อ่านต่อว่าทำอย่างไรดีให้ไม่เหงาอีกต่อไป

 

aa

 


^gg^ มองโลกแห่งการเดทในแง่ดี ^gg^

aaมีความเป็นไปได้สูง ถึงจะดูเหมือนว่าผู้ชายดีได้หายสาบสูญไปจากโลกนี้แล้ว แต่จากข้อมูลบอกว่า ผู้ชายโสดอายุ 25-34 ปี มีมากกว่าผู้หญิง คำแปลก็คือมีผู้ชายนับล้านที่เป็นโสดและคุณมีโอกาสเจอ

aaรักตัวเอง ไม่ต้องมีผู้ชายก็สนุกได้ จัดปาร์ตี้ดินเนอร์และค็อกเทลในหมู่เพื่อนสาว ออกงานสังคมเพื่อหาเพื่อนผู้หญิงใหม่ๆ แทนที่จะยึดผู้ชายเป็นหลัก คุณจะเจิดจ้าในทุกที่ที่ไปและเป็นคนที่ผู้คนอยากจะเจอ

aaขอเวลานอก เอาแต่มองหาความรักจะทำให้คุณเหนื่อยเปล่า ออกจากวงจรการเดทชั่วคราว แทนที่จะทำให้ตัวเองเจอทางตันเพราะล้า แต่กลายเป็นคุณยอมพักรบเอง จะได้หยุดเครียดเรื่องผู้ชายสักพัก

aaเลิกเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นแบบไม่จบไม่สิ้นเสียที การวัดตัวเองกับคนอื่นถือเป็นการทำลายความนับถือตัวเองเปล่าๆ คุณจะทำให้ตัวเองหมดความน่าสนใจ เพราะมีความลังเลในตัวเองฉายชัดอยู่บนใบหน้า

aaเลิกอคติ ไม่เอาน่า คุณไม่เชื่อหรอกว่าผู้ชายส่วนมากจะแสบไปหมด ดังนั้นให้โอกาสเขาได้แสดงฝีมือหน่อย คุณก็ไม่อยากให้หนุ่มตัดสินคุณจากอดีตที่ผ่านมา แล้วคุณจะมัวจับผิดเขาทำไม เปิดโอกาสให้เขาบ้าง

aaเลิกกังวลเรื่องอายุ ทิ้งความคิดที่ว่านี่คืออายุที่เหมาะสมกับการเจอ "คนที่ใช่" หรือ 30 ยังโสดนั้นแย่มาก ชีวิตไม่ได้มีรูปแบบที่กำหนดกฎเกณฑ์ได้ หยุดยัดเยียดอายุให้กับตารางเวลาต่างๆ เสียที

aaอย่าสิ้นหวัง มีโอกาสที่คุณจะเจอเขาทั่วทุกมุมของโลก ถ้าคุณไปถามแบบสุ่มๆว่าคู่ไหนเจอกันยังไง คำตอบที่ได้อาจจะเข็นรถเข็นชนกันในซูเปอร์มาร์เก็ต ยืนเข้าคิวซื้อตั๋วหนังด้วยกัน และในสถานที่ธรรมดาๆอีกนับล้าน ดังนั้นอย่าเพิ่งท้อไปบาร์มาแล้วคว้าน้ำเหลว คุณยังมีโอกาสอีกถมเถในวันพรุ่งนี้และวันต่อๆ ไป

ผู้ชายดีๆไม่ได้หายไปไหนหรอก...เราแค่ยังไม่เจอคนที่เราคิดว่า"ใช่" หรือเราเจอแล้ว แต่เขาดันมีคู่ซะแล้วสิ ยังไงก็พยายามต่อไป